มอเตอร์ไฟฟ้าคืออะไร มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร

มอเตอร์ไฟฟ้า คืออะไร มีกี่ชนิด ใช้งานอย่างไร

มอเตอร์ไฟฟ้า เป็นอุปกรณ์ไฟฟ้าที่ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าให้เป็นพลังงานกล มอเตอร์ไฟฟ้าถูกใช้อย่างแพร่หลายในงานหลากหลายประเภท เช่น งานอุตสาหกรรม งานระบบควบคุมอัตโนมัติ งานหุ่นยนต์ และเครื่องใช้ไฟฟ้าต่าง ๆ มอเตอร์ไฟฟ้าสามารถแบ่งออกเป็นสองชนิดหลัก ๆ ตามลักษณะการใช้งาน ได้แก่ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor) และมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor)

ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ (AC Motor)

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ หรือ A.C. Motor (Alternating Current Motor) เป็นมอเตอร์ที่ทำงานด้วยกระแสไฟฟ้ากระแสสลับ โดยโครงสร้างหลักประกอบด้วยสองส่วน ได้แก่:

  1. สเตเตอร์ (Stator): ส่วนที่อยู่กับที่ มีขดลวดที่สร้างสนามแม่เหล็กเมื่อจ่ายกระแสไฟฟ้าเข้าไป

  2. โรเตอร์ (Rotor): ส่วนที่หมุน ทำหน้าที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกล

ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

  1. มอเตอร์ซิงโครนัส (Synchronous Motor):

    • เหมาะสำหรับงานที่ต้องการความเร็วรอบคงที่ เช่น งานปั่นไฟและระบบควบคุม

    • ความเร็วรอบของโรเตอร์จะสัมพันธ์กับความถี่ของกระแสไฟฟ้าอย่างสมบูรณ์

  2. มอเตอร์อินดักชัน (Induction Motor):

    • นิยมใช้งานมากที่สุด เนื่องจากมีโครงสร้างที่ง่ายและราคาไม่สูง

    • แบ่งออกเป็น 3 ชนิดย่อย:

      • มอเตอร์อินดักชันตัวหมุนกรงกระรอก (Squirrel Cage Induction Motor): ใช้ในเครื่องจักรที่ต้องการความเร็วรอบคงที่

      • มอเตอร์อินดักชันตัวหมุนพันด้วยขดลวด: มีความยืดหยุ่นในการปรับแรงบิด

      • มอเตอร์อินดักชันตัวหมุนแบบเหล็กตัน: เหมาะสำหรับงานที่ต้องการแรงบิดสูง

 

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง (DC Motor)

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง หรือ D.C. Motor (Direct Current Motor) ใช้กระแสไฟฟ้ากระแสตรงในการทำงาน โครงสร้างหลักประกอบด้วย:

  1. สเตเตอร์ (Stator): ส่วนที่สร้างสนามแม่เหล็ก โดยมักจะมีขดลวดสนาม (Field Coil)

  2. โรเตอร์ (Rotor): ส่วนที่หมุน มีขดลวดอาร์เมเจอร์ (Armature Coil) และแปรงถ่าน (Brush) เพื่อส่งกระแสไฟฟ้าเข้าไปในขดลวด

ชนิดของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

  1. Shunt DC Motor:

    • ขดลวดสนามและขดลวดอาร์เมเจอร์ต่อแบบขนาน

    • มีแรงบิดปานกลางและความเร็วรอบคงที่

    • เหมาะสำหรับเครื่องเจาะและเครื่องกลึง

  2. Series DC Motor:

    • ขดลวดสนามและขดลวดอาร์เมเจอร์ต่อแบบอนุกรม

    • มีแรงบิดสูง เหมาะสำหรับงานยกของและมอเตอร์ขับเคลื่อนรถไฟฟ้า

  3. Compound Motor:

    • มีขดลวดสนามสองชุดที่ต่อทั้งแบบอนุกรมและขนาน

    • มีแรงบิดสูงกว่า Shunt DC Motor และมีความคงที่มากกว่า Series DC Motor

    • ใช้ในงานตัดโลหะและเครื่องกดอัด

 

การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้า

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับ

การควบคุมความเร็วและทิศทางการหมุนของมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับสามารถทำได้หลายวิธี เช่น:

  1. การควบคุมความเร็ว:

    • แบบเลือกความเร็ว: ปรับความเร็วเป็นระดับต่ำหรือสูง

    • แบบหมุนเรียงลำดับ: เริ่มต้นที่ความเร็วต่ำก่อนและค่อยเพิ่มขึ้นไปที่ความเร็วสูง

  2. การควบคุมทิศทางการหมุน:

    • ใช้สวิตช์หรือรีเลย์เปลี่ยนทิศการหมุนของมอเตอร์

มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรง

การควบคุมมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีวิธีการดังนี้:

  1. การควบคุมความเร็ว:

    • ปรับแรงดันที่จ่ายให้มอเตอร์

    • ใช้วงจร Pulse Width Modulator (PWM) ควบคุมช่วงกว้างของพัลซ์ไฟฟ้า

  2. การควบคุมแรงบิด:

    • ปรับกระแสที่ผ่านขดลวดอาร์เมเจอร์และสเตเตอร์

  3. การควบคุมทิศทางการหมุน:

    • สลับขั้วแหล่งจ่ายไฟด้วยมือหรือใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์

 

การใช้งานมอเตอร์ไฟฟ้าในปัจจุบัน

ในปัจจุบันมอเตอร์ไฟฟ้าถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลายในหลากหลายอุตสาหกรรม ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่:

  1. งานอุตสาหกรรม:

    • มอเตอร์อินดักชันใช้ในเครื่องจักรงานหนัก เช่น เครื่องปั๊ม เครื่องบด และเครื่องจักรกล

  2. งานระบบควบคุมอัตโนมัติ:

    • มอเตอร์ซิงโครนัสในระบบควบคุมความเร็ว

  3. งานหุ่นยนต์:

    • มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงขนาดเล็กในหุ่นยนต์ที่ใช้แรงดันต่ำ เช่น +1.5 ถึง +12V

  4. เครื่องใช้ไฟฟ้า:

    • พัดลม ตู้เย็น เครื่องซักผ้า และอุปกรณ์ไฟฟ้าภายในบ้าน

 

 

มอเตอร์ไฟฟ้าเป็นอุปกรณ์สำคัญที่เปลี่ยนพลังงานไฟฟ้าเป็นพลังงานกลเพื่อใช้ในงานต่าง ๆ มอเตอร์ไฟฟ้ากระแสสลับเหมาะกับงานที่ต้องการประสิทธิภาพและความทนทานในอุตสาหกรรม ส่วนมอเตอร์ไฟฟ้ากระแสตรงมีความยืดหยุ่นสูงและเหมาะกับงานที่ต้องการแรงบิดมากหรือการควบคุมความเร็วที่ละเอียด ความเข้าใจในชนิดของมอเตอร์และวิธีการควบคุมจะช่วยให้สามารถเลือกใช้งานได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพสูงสุด

Visitors: 216,513