โอริง (O-ring)

โอริง (O-ring) เป็นซีลที่มีพื้นที่หน้าตัดเป็นรูปทรงวงกลมและมีลักษณะโดยรวมเป็นวงแหวน ผลิตจากวัสดุที่มีความยืดหยุ่น เช่น ยางธรรมชาติหรือยางสังเคราะห์ ซึ่งบางครั้งมีการผสมสารเคมีเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มคุณสมบัติพิเศษให้เหมาะกับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ เช่น การกันรั่วซึมในระบบไฮโดรลิก ระบบอัดลม และข้อต่อต่างๆ

หลักการทำงานของโอริง

โอริงทำหน้าที่ป้องกันการรั่วซึมของของเหลวหรือก๊าซในระบบ โดยอาศัยแรงบีบอัดของโอริงระหว่างผิวสัมผัสกับวัสดุอื่นๆ ทำให้ไม่มีช่องว่างที่ของเหลวหรือก๊าซสามารถเล็ดลอดผ่านได้ โอริงสามารถทำงานได้ใน 2 รูปแบบหลัก:

  1. ซีลกันรั่วแบบคงที่ (Static Seals): ติดตั้งในส่วนที่ไม่มีการเคลื่อนไหว เช่น ข้อต่อต่างๆ
  2. ซีลกันรั่วแบบเคลื่อนไหว (Dynamic Seals): ใช้ในระบบที่มีการเคลื่อนที่ เช่น ระบบโรตารีหรือกระบอกสูบ

ประเภทของโอริง

โอริงมีการผลิตจากวัสดุหลากหลายชนิด โดยแบ่งตามวัตถุดิบและลักษณะการใช้งานหลัก ดังนี้:

  1. โอริง NBR (Nitrile):

    • วัสดุ: ยางไนไตร (Nitrile Rubber)
    • คุณสมบัติ: ทนทานต่อน้ำมันและความร้อนระดับปานกลาง (-40°C ถึง 120°C สำหรับน้ำมัน, -40°C ถึง 90°C สำหรับน้ำ)
    • การใช้งาน: ระบบไฮโดรลิก, ระบบน้ำมัน
  2. โอริง Viton® (Fluorocarbon Rubber):

    • คุณสมบัติ: ทนทานต่ออุณหภูมิสูง (-26°C ถึง 232°C), ทนน้ำมันและสารเคมีหลายชนิด
    • การใช้งาน: สภาพแวดล้อมที่มีอุณหภูมิสูงหรือมีสารเคมีรุนแรง
  3. โอริงซิลิโคน (Silicone, VMQ):

    • คุณสมบัติ: ทนทานต่อความร้อน (-59°C ถึง 232°C) แต่ไม่เหมาะกับงานที่มีแรงดึงสูง
    • การใช้งาน: ใช้ในอุตสาหกรรมอาหารหรือการแพทย์
  4. โอริง EPDM (Ethylene Propylene Diene Monomer):

    • คุณสมบัติ: ทนต่อสารเคมีที่เป็นกรด ด่าง และสภาพอากาศ (-55°C ถึง 150°C)
    • การใช้งาน: ระบบน้ำ, ไอน้ำ, และงานกลางแจ้ง

ขนาดของโอริง Seal Oring

ขนาดของโอริงวัดจาก:

  1. เส้นผ่านศูนย์กลางภายใน (ID): ระยะจากจุดศูนย์กลางของวงด้านใน
  2. ความหนา (W): ระยะจากเส้นรอบวงด้านในถึงด้านนอก

ตัวอย่างการระบุขนาดโอริง:
โอริงขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง 20 มม. และความหนา 2 มม. จะระบุเป็น "20x2 มม."

สรุปหลักการทำงานของโอริง Seal Oring

โอริง Seal Oring ทำหน้าที่เป็นซีลป้องกันการรั่วซึมโดยอาศัยแรงบีบอัดระหว่างวัสดุผิวแข็งและโอริงที่ยืดหยุ่น การเลือกโอริงที่เหมาะสมกับวัสดุและสภาพการใช้งานเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพและอายุการใช้งานในระบบต่างๆ ทั้งในอุตสาหกรรมและเครื่องมือทั่วไป

Visitors: 216,513